หน้าเว็บ

ผู้สนับสนุนบล็อก

วิธีหาเงินล้านโดยใช้เงินทุนน้อยที่สุด

%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3

คลิกเลย! สอนวิธีหาเงินล้าน
(โดยใช้เงินทุนน้อยที่สุด)

1.วิธีหาเงินล้าน แบบใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด
2.วิธีสร้างระบบขึ้นมาทำงานแทนเรา 99%
3.สร้างเครื่องจักรปั๊มเงิน ตลอด 24 ชั่วโมง
4.เริ่มสร้างรายได้ทันที (หลังจากเรียนจบ)
5.เป็นมรดก ส่งต่อให้ลูกหลานได้ 100%

วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ขั้นที่ 5 ของการหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท

ขั้นที่ 5 ของการหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท

สวัสดีครับทุกท่าน หลังจากที่ทุกท่านได้เรียนรู้ไปแล้ว4ขั้นตอนของการหาเงินล้านออนไลน์ คือ

ขั้นที่ 1 ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าทำไมต้องหาเงินออนไลน์

ขั้นที่ 2 ต้องมีแรงจูงใจในการหาเงินล้านออนไลน์

ขั้นที่ 3 เปลี่ยนสิ่งที่เราหลงรัก ให้กลายเป็นเงิน

ขั้นที่ 4 การสร้างให้มันเป็นระบบที่ทำงานแทนเราตลอด24ชั่วโมง

ที่นี้มาดูกันครับว่า ขั้นที่ 5 ต้องทำอะไรบ้าง?

ขั้นที่ 5 ระบบที่ต้องมี ในการจะหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท

ถูกต้องแล้วครับ


ขั้นที่ 5 ของการหาเงินวันละ1,000บาท คือ ออกแบบระบบให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า





ระบบที่ดี จะต้องช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ซึ่งการหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท จะมีระบบที่สำคัญดังนี้

ระบบที่ 1 : ระบบให้ความรู้

ความรู้ในที่นี้แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบหลักๆด้วยกัน คือ

    1)ความรู้ทั่วไป คือ ความรู้ที่ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่เราขายโดยตรง แต่เป็นเนื้อหาสำหรับสร้างคนเข้าเว็บเราเยอๆ นั่นเอง ดังนั้น ความรู้ทั่วไปนี้ สามารถหาได้จากหนังสือ หรือ การเรียนรู้เว็บอื่นๆที่เขียนเนื้อหาที่ดีน่าติดตาม

    2)ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เราขาย ตัวนี้ คือหัวใจสำคัญเลยก็ว่าได้ เพราะแน่นอนว่า เราจะได้เงินก็ต่อเมื่อเกิดการซื้อขายเกิดขึ้น ดังนั้น ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เราขาย จึงมีความสำคัญมากๆ

      เราอาจจะสร้างสื่อที่หลากหลายในการให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เราขาย เช่น E-Book , หนังสือ , ซีดี , DVD , VDO ฯลฯ

      จงจำกฏสำคัญเอาไว้เสมอ คือ "ยิ่งลูกค้ารู้จักสิ่งที่เราขายได้มากและลึกซึ้งพอ เขาจะควักเงินซื้อสิ่งนั้นอย่างไม่ลังเลสงสัย"

ระบบที่ 2 : ระบบสร้างความสัมพันธ์

ระบบที่2นี้ เป็นเรื่องขอการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับทุกคนที่เข้ามาที่เว็บหรือบล็อกเรา เช่น การแทรกลิงค์แบนเนอร์ Socail Media ต่างๆ อาทิ Facebook , Line ฯลฯ

ระบบที่ 3 : ระบบการติดต่อ

แน่นอนว่า ถ้าเกิดลูกค้าสนใจอยากซื้อขึ้นมา แต่หาช่องทางติดต่อไม่ได้ ก็จบกันพอดี

เพราะฉะนั้น ต้องมีข้อมูลสำหรับให้ลูกค้าติดต่อ(ถ้าติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงยิ่งดี)

ทั้งหมดนี้ คือ ระบบที่ต้องมี ในเว็บฯหรือบล็อกเรา แล้วเราก็จะมียอดขายถล่มทลายอย่างแน่นอน



ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ

อ.โจ้ จินตกวี

วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ขั้นที่ 4 ของการหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท

ขั้นที่ 4 ของการหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท

สวัสดีครับทุกท่าน หลังจากที่ทุกท่านได้เรียนรู้ไปแล้ว2ขั้นตอนของการหาเงินล้านออนไลน์ คือ

ขั้นที่ 1 ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าทำไมต้องหาเงินออนไลน์

ขั้นที่ 2 ต้องมีแรงจูงใจในการหาเงินล้านออนไลน์

ขั้นที่ 3 เปลี่ยนสิ่งที่เราหลงรัก ให้กลายเป็นเงิน

เมื่อผ่านขั้นตอนทั้ง 3 แล้ว ขั้นที่ 4 ก็เริ่มจะเห็นแนวทางที่ชัดเจนเพิ่มขึ้น นั่นคือ "การสร้างให้มันเป็นระบบที่ทำงานแทนเราตลอด24ชั่วโมง"

ถูกต้องแล้วครับ


ขั้นที่ 4 ของการหาเงินวันละ1,000บาท คือ การสร้างระบบออนไลน์เพื่อให้มันทำงานแทนเราตลอด24ชั่วโมง




นี่คือกุญแจที่สำคัญ ที่จะช่วยสร้างรายได้แบบออนไลน์ให้เราตลอด 24 ชั่วโมง

- ทำงานปั๊มเงินให้เราแบบไม่มีวันหยุด
- ทำงานปั๊มเงินให้เราแบบไม่มีวันลา
- ทำงานปั๊มเงินให้เราแบบตลอด24ชั่วโมง
- ทำงานปั๊มเงินให้เราแบบเราไม่ต้องทำอะไรเลย
..........................................................................

เครื่องจักรปั๊มเงินหรือระบบเครื่องจักรทำงานแทนเราตลอด24ชั่วโมง มีหลายรูปแบบ ทั้งแบบฟรี และ ไม่ฟรี ไปดูกันเลย


แบบที่ 1 : Blogger.Com

แบบแรกนี้ เป็นแบบที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนซักบาท คือ การสร้างบล็อกฟรีด้วย Blogger.Com นั่นเอง

ซึ่งการสร้างบล็อกแบบนี้ มีประโยชน์ในด้าน SEO เป็นอย่างมาก(ค่อยไปเรียนรู้กันว่า SEO เป็นอย่างไร?) เพราะว่า Blogger เป็นเครื่องมือในการสร้างบล็อกของ Google เอง นั่นเอง

ข้อได้เปรียบที่สำคัญของ Blogger คือ เป็นเครื่องมือของ Google ที่มีผลต่อการติดหน้าแรกของ Google นั่นหมายความว่า หลังจากที่เรามีสิ่งที่เราหลงรักแล้ว เราก็นำมันมาขายโดยใช้ช่องทางทางอินเทอร์เน็ต นั่นเอง

Blogger มีขั้นตอนการทำงานที่ง่ายมากๆ เพียงแค่มีบัญชีของ Google อันไหนก็ได้ ก็สามารถสมัครสร้างบล็อกด้วย Blogger ได้ทันทีแบบไม่ต้องรอ

แบบที่ 2 : Wordpress.Com

แบบที่สองนี้ มีลักษณะคล้ายกับแบบแรก แต่แตกต่างกันที่ความยืดหยุ่นจะมีมากกว่า สามารถเพิ่มเติมเทคนิคต่างๆได้อย่างมากมาย ส่งผลให้บล็อกที่เราสร้าง มีหน้าตางดงาม ดูเหมือนมืออาชีพมากกว่า Blogger.Com

นอกจากข้อดีด้านความยืดหยุ่นแล้ว ข้อดีอีกข้อของ Wordpress.Com คือ สามารถนำไปต่อยอดในการสร้างบล็อกในแบบที่ 3 ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีความสำคัญมากๆในด้านการใช้ทักษะขั้นปานกลาง - ขั้นสูง ในการสร้างบล็อก

แน่นอนว่า แบบที่ 2 นี้ สร้างได้ฟรี 100%

แบบที่ 3 : Wordpress.ORG

แบบที่ 3 นี้ จัดได้ว่า เป็นหลักการสร้างเครื่องจักรปั๊มเงิน(เว็บฯ/บล็อก)ที่อยู่ขั้นปานกลางจนถึงขั้นสูงขึ้นไป ซึ่งเราสามารถดีไซน์ระบบต่างๆได้อย่างง่ายดาย และเหมาะกับธุรกิจออนไลน์ทุกขนาด

ดูตัวอย่างการสร้างบล็อกด้วย Wordpress.ORG ได้ที่

www.coursetorich.com

www.ebooktorich.com

www.บ้านจินตกวี.com

www.ขายประกันชีวิต.com

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการสร้างเว็บหรือบล็อกด้วยระบบไหนก็ตาม หัวใจสำคัญ คือ "เป็นเว็บหรือบล็อกที่มีคุณค่าในสายตาของผู้เยี่ยมชม"

แก่นแท้ของทุกสิ่งอยู่ที่ "การมอบประโยชน์และคุณค่าสูงสุดให้กับผู้คน" ยิ่งเราได้ให้คุณค่าได้มากเท่าใด เราก็จะได้รับสิ่งตอบแทนกลับคืนมาที่คุ้มค่ากว่าหลายเท่าทวีคูณอย่างแน่นอน...

ในบทความต่อไป จะพาไปเรียนรู้ว่า ในเว็บ/บล็อกที่เราสร้าง มันต้องมีระบบที่สำคัญอะไรบ้าง ถึงจะทำให้เราสามารถสร้างรายได้วันละ 1,000 บาท ตลอด 24 ชั่วโมงได้



อย่าลืมติดตาม และกดไลค์ กดแชร์ เยอะๆนะครับ


ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ

อ.โจ้ จินตกวี

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ขั้นที่ 3 ของการหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท

ขั้นที่ 3 ของการหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท

สวัสดีครับทุกท่าน หลังจากที่ทุกท่านได้เรียนรู้ไปแล้ว2ขั้นตอนของการหาเงินล้านออนไลน์ คือ

ขั้นที่ 1 ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าทำไมต้องหาเงินออนไลน์

ขั้นที่ 2 ต้องมีแรงจูงใจในการหาเงินล้านออนไลน์

เมื่อผ่านขั้นตอนทั้ง 2 แล้ว ขั้นที่ 3 ก็เริ่มจะเห็นแนวทางที่ชัดเจนขึ้น นั่นคือ "การค้นหาสิ่งที่เรารัก แล้วทำให้มันเป็นธุรกิจ"

ถูกต้องแล้วครับ

ขั้นที่ 3 ของการหาเงินวันละ1,000บาท คือ การเปลี่ยนสิ่งที่เราหลงรัก ให้กลายเป็นเงิน



มีสิ่งต่างๆมากมายบนโลกนี้ ที่หลายๆคนชื่นชอบ หรือตกหลุมรัก แต่ไม่สามารถ ทำให้มันสร้างเงินล้านได้ ดังนั้นวันนี้ เราจะมาค้นหากันว่า มันคืออะไร? และจะนำมันมาเป็นธุรกิจได้อย่างไร?

กิจกรรมที่บ่งบอกว่า เป็นสิ่งที่เรารัก มีลักษณะหลายข้อ เช่น

ข้อ 1 : เราทำอะไรแล้วรู้สึกว่า เวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หลักการข้อนี้ มันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากๆ แต่เราไม่ค่อยจะหยุดมองดูกิจกรรมที่เราทำว่า มันสามารถ แปรเปลี่ยนให้มันเป็นธุรกิจได้หรือไม่?

ตัวอย่าง เช่น ผมเล่นกีตาร์ แล้วรู้สึกดี มีความสุข มีความผ่อนคลาย ทุกครั้งที่เล่นก็แทบจะวางมันไม่ลง เล่นแล้วรู้สึกว่าเวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

แบบนี้ไง ที่เรียกว่า "เป็นสิ่งที่เราตกหลุมรักมัน"

ข้อ 2 : เราทำอะไรแล้ว รู้สึกว่า เราทำได้ดี มีสมาธิจดจ่อ

หลักการข้อนี้ ก็อนุมานได้ว่า กิจกรรมที่เรากำลังทำอยู่ เป็นกิจกรรมที่เราตกหลุมรัก เพราะถ้าเราทำสิ่งนั้นได้ดี มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำ มันบ่งบอกได้ว่า "เรากำลังทำสิ่งที่เรารัก" เพราะถ้าเราสิ่งที่เราไม่ชอบ แน่นอนว่า เราจะทำมันออกมาไม่ดี อีกทั้งยังไม่มีสมาธิ จิตใจวอกแวก ไม่ตั้งมั่นในสิ่งที่ทำ นั่นเอง

ข้อ 3 : ใครก็ชมว่า สิ่งที่เราทำมันดีมากๆ

หลักการข้อนี้ เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่จะบ่งชี้ว่า เราทำสิ่งที่เรารัก และกำลังแสดงออกว่า มันเป็นสิ่งที่ดีกับผู้คน แน่นอนว่า ถ้าเป็นแบบนี้ มันสามารถแปรเปลี่ยนให้เป็นธุรกิจได้ง่ายๆ เช่น ผมเล่นกีตาร์เป็น และเล่นอย่างมีความสุข อีกทั้ง ยังสามารถแนะนำเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ให้สามารถเล่นกีตาร์ได้เหมือนผม แบบนี้นี่แหละ คือ "มันเป็นสิ่งที่ดีกับผู้คน" ดังนั้น จงจำเอาไว้เสมอว่า "อะไรที่ดีต่อผู้คน สิ่งนั้นจะขายได้เสมอ"

หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ เป็นตัวบ่งบอกว่า สิ่งที่เราทำอยู่ มันเป็นสิ่งที่เราตกหลุมรัก ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่เรากำลังตกหลุมรัก ต้องมีคุณสมบัติอีก 1 อย่าง คือ "เป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่สิ่งที่ทำลาย"

เพราะหลายคน อาจจะชอบกิจกรรมที่ไม่สร้างสรรค์ เช่น การฆ่าสัตว์อย่างทารุณ การใช้ความรุนแรง การลักขโมย ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ อาจจะเป็นสิ่งที่ชอบ แต่มันไม่สร้างสรรค์ จึงไม่ควรนำมาปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง ต้องใช้คำว่า "ห้ามประพฤติปฏิบัติเลย" ด้วยซ้ำ

ดังนั้น "แก่นที่แท้จริง ของการเปลี่ยนสิ่งที่เราตกหลุมรัก ให้กลายเป็นเงิน คือ การทำในสิ่งที่สร้างสรรค์"  นั่นเอง

เมื่อรู้หลักการเบื้องต้นแล้ว ขั้นต่อมาคือ "การแปลงสิ่งที่เราตกหลุมรักให้กลายเป็นธุรกิจ"

การแปลงสิ่งที่เราตกหลุมรักให้กลายเป็นธุรกิจ

ในการเปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นเงิน มันเริ่มต้นที่ คำถามเดียว คือ "กิจกรรมที่เราตกหลุมรักนี้ มันช่วยผู้คนได้หรือไม่?อย่างไร?"

นี่คือ คำถาม ที่จะช่วยให้เราสามารถสร้างรายได้ วันละ 1,000 บาท ได้ ซึ่งในวันนี้ จะเน้นไปที่การทำความรู้จัก "อะไรที่เราทำแล้วตกหลุมรักอย่างแรง" จึงจะขอยกเอาเรื่อง การจะสร้างรายได้วันละ 1,000 บาท จากสิ่งที่เราตกหลุมรัก ได้อย่างไร ไปไว้ในบทความตอนที่ 4 ละกัน

อย่าลืมติดตาม และกดไลค์ กดแชร์ เยอะๆนะครับ


ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ

อ.โจ้ จินตกวี

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559

ขั้นที่ 2 ของการหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท

ขั้นที่ 2 ของการหาเงินออนไลน์วันละ1,000บาท

สวัสดีครับทุกท่าน หลังจากขั้นตอนที่ 1 ของการหาเงินออนไลน์วันละ 1,000 บาท ได้รับการเผยแพร่ออกไป ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ต้องขอขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามบทความผมในหลายๆเรื่องที่ผ่านมา

ประเด็นหลักๆของขั้นตอนที่ 1 คือ การตอบตัวเองให้ได้ว่า "ทำไมต้องหาเงินออนไลน์" และ "ทำไมต้องเป็นวันละ 1,000 บาท"

พอมาถึงขั้นตอนที่2ของการหาเงินออนไลน์วันละ 1,000 บาท ผมจะพาทุกท่าน "สร้างแรงจูงใจ" ขึ้นมา ทุกท่านจงจำเอาไว้เสมอว่า "ทุกๆการกระทำของเรา เกิดจากจิตใต้สำนึกเป็นตัวสั่งการให้ลงมือทำ" ดังนั้น จิตใต้สำนึกจะสั่งร่างกายให้ลงมือทำ ส่วนร่างกายจะทำตามหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือ "แรงจูงใจ" นั่นเอง



ดังนั้น ก่อนที่ทุกท่านจะลงมือทำหรือไม่ทำอะไรก็ตาม มันมีแรงผลักดันมาจาก "แรงจูงใจ" ดังนั้น วันนี้ ผมจะมาเปิดเผยความหมายที่แท้จริงของ แรงจูงใจในการทำงาน ถ้าทุกท่านพร้อมแล้ว เราไปเรียนรู้กันเลยครับ...

แรงจูงใจ (Motivation) ในความหมายทางจิตวิทยาหมายถึง สภาวะของบุคคลที่ถูกกระตุ้นให้แสดงพฤติกรรม ไปยังจุดหมายปลายทาง 

แรงจูงใจในการหาเงินล้าน จึงเป็นปัจจัยให้บุคคล พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วที่สุด

เฮอร์เบิร์ต จี ฮิคส์ (Herbert G. Hicks) กล่าวว่า แรงจูงใจเป็นผลของความแตกต่าง ระหว่างความต้องการ หรือความอยากได้ (aspiration) กับความสำเร็จ (achievement) คือ
Motivation = Aspiration - Achievement

อธิบายได้ว่า ถ้าความต้องการหรือความอยากได้ มีมากกว่าความสำเร็จ จะบอกเราได้ว่าเป็นการจูงใจหรือแรงจูงใจเป็นบวก หมายถึงว่า เราสามารถจูงใจบุคคลให้กระทำกิจกรรมได้ หากว่าความสำเร็จของเขา ยังไม่เท่ากับความอยากได้ และแรงจูงใจมีค่าเป็นศูนย์ เมื่อเขาประสบความสำเร็จในการทำสิ่งนั้นแล้ว

แต่ในความเป็นจริงบางกรณี บุคคลนั้น ประสบความสำเร็จตามความต้องการ(ความอยากได้) ตามที่ตั้งใจไว้ในครั้งแรกก็จริง แรงจูงใจของเขากลับไม่ลดลงเท่ากับศูนย์ เนื่องจากเขาขยับความต้องการอยากได้สูงขึ้นไปได้อีกและ ความสำเร็จจะเป็น สิ่งที่วิ่งตาม ความต้องการไปเรื่อย ๆ

เช่น บุคคลต้องการอยากได้เงินเดือนขึ้น ๒,๐๐๐ บาท แต่เมื่อเขาสมหวังได้เงินเพิ่ม ตามความต้องการครั้งแรก เขากลับคิดว่าเขาน่าจะได้เพิ่มสัก ๔,๐๐๐ บาท 

จะเห็นได้ว่าแรงจูงใจ ยังมีอยู่ตราบเท่าที่ความสำเร็จพึงพอใจยังไม่เท่ากับความต้องการอยากได้

ดร. ดักลาส แมคเกรเกอร์ ศาสตราจารย์สาขาการบริหารอุตสาหกรรม แห่ง เอ็ม.ไอ.ที. ได้กล่าวว่า

"แรงจูงใจคือ แนวโน้มแห่ง การพัฒนาความสามารถ ที่จะรับผิดชอบงาน เป็นคุณสมบัติที่มีอยู่ในตัวตนของมนุษย์ทุกคน"

และจากข้อเขียนของเขาเมื่อปี ๑๙๖๐ เขาได้กล่าวว่า

"เป็นความรับผิดชอบของผู้บริหาร ที่ต้องสร้างโอกาสใน การพัฒนาตนเอง และการก้าวหน้าในหน้าที่การงานให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาของตน"
(ที่มา : หลักจิตวิทยาการบริหาร กอปรเชษฐ ตยัคคานนท์ แปล, หน้า ๑๕๖)

นั่นหมายถึงผู้บังคับบัญชาจะต้องรับผิดชอบในการสร้างแรงจูงใจ ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาของตน(ในแง่ของการบริหาร) ส่วนในแง่ของการทำธุรกิจของตัวเอง สามารถประยุกต์เอาทักษะการบริหารเหล่านี้ไปปรับให้เป็นแนวทางที่ถูกต้องกับตัวเองให้มากที่สุด

เนื่องจากบุคคลจะมีความต้องการความสำเร็จ ความพอใจ ความสนใจ ที่แตกต่างกันออกไป การสร้างแรงจูงใจในแต่ละคนจึงมีหลายวิธี เพื่อให้เกิดพฤติกรรมที่พึงปรารถนา มีข้อสังเกตว่าถึงแม้ แรงจูงใจจะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของบุคคล แต่ในขณะเดียวกัน พฤติกรรมที่คนแสดงออกนั้น อาจจะแตกต่างกันก็ได้ ทั้งนี้เพราะผลจากประสบการณ์ แนวคิดเฉพาะบุคคล และสภาพแวดล้อมดังนี้

(๑) ถ้าบุคคลมีความสนใจในสิ่งใดก็จะเลือกแสดงพฤติกรรม และมีความพอใจที่จะทำกิจกรรมนั้นๆ รวมทั้งพยายามทำให้เกิดผลดีที่สุด

(๒) ความต้องการจะเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสนองความต้องการนั้น

(๓) ค่านิยมในการมองเห็นคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ เช่น ค่านิยมทางเศรษฐกิจ สังคม ความงาม จริยธรรม วิชาการเหล่านี้ จะเป็นแรงกระตุ้นให้แรงขับของพฤติกรรมตามค่านิยมนั้น

(๔) ทัศนคติที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็มีผลต่อพฤติกรรมนั้น เช่น ถ้ามีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน ก็จะทำงานด้วยความทุ่มเท

(๕) ความมุ่งหวังที่ต่างระดับกัน ก็เกิดแรงกระตุ้นที่ต่างระดับกันด้วย คนที่ตั้งระดับต่างกันก็เกิดแรงกระตุ้นที่ต่างระดับกันด้วย คนที่ตั้งระดับความมุ่งหวังไว้สูงจะพยายามมากกว่าผู้ที่ตั้งระดับความมุ่ง หวังไว้ต่ำ

(๖) การแสดงออกของความต้องการในแต่ละสังคมจะแตกต่างออกไป ตามขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของสังคมของตน ยิ่งไปกว่านั้นคนในสังคมเดียวกัน ยังมีพฤติกรรมในการแสดงความต้องการ ที่ต่างกันอีกด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้เกิดจากการเรียนรู้ของคน

(๗) ความต้องการอย่างเดียวกัน แต่บุคคลมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันได้ตามประสบการณ์เดิมของแต่ละคน

(๘) แรงผลักดันที่แตกต่างกัน ทำให้การแสดงออกของพฤติกรรมที่เหมือนกันได้

(๙) พฤติกรรมอาจสนองความต้องการได้หลาย ๆ ทาง และมากกว่าหนึ่งอย่างในเวลาเดียวกัน เช่น ตั้งใจทำงาน เพื่อไว้ขึ้นเงินเดือนและได้ชื่อเสียงเกียรติยศ ความยกย่องและยอมรับจากผู้อื่น

______________________________
เป็นไงบ้างครับ สำหรับแนวคิดเกี่ยวกับ "แรงจูงใจ" ในมุมของการบริหาร ส่วนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการหาเงินออนไลน์วันละ 1,000 บาท นั้น ทุกท่านอาจจะมีแรงจูงใจในการสร้างเงินล้านด้วยกาแฟ ดังรายการต่อไปนี้

- แรงจูงใจด้านการมีอิสรภาพในการทำงาน แล้วได้เงินตลอด 24 ชั่วโมง
- แรงจูงใจด้านการทำให้ความฝันกลายเป็นความจริง
- แรงจูงใจด้านความสุขจากการทำอะไรก็สำเร็จ
- ฯลฯ .............

สำหรับตัวผม ที่ใช้แรงจูงใจในการทำงาน ผมมองว่า "การที่ใครจะสามารถหาเงินวันละ 1,000 บาทได้  นั่นคือแรงจูงใจชั้นเยี่ยมที่สุด เพราะ ถ้าได้วันละ 1,000 โอกาสที่จะได้รับรายได้มากกว่านี้ ก็มีโอกาสเป็นได้สูง เช่น วันละ 2,000 วันละ 5,000.........."

แรงจูงใจแค่นี้ยังไม่พอ เพราะมันยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

การค้นหาคำตอบสุดท้ายของเป้าหมายนั้นๆ มีความสำคัญมากๆ เช่น เราตั้งเป้าสร้างรายได้ออนไลน์วันละ 1,000 บาท ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย  ดังนั้น เพื่อให้ได้คำตอบสุดท้าย เราต้องวิเคราะห์ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะมากได้ เช่น ต้องตอบให้ได้ว่า เอาเงินรายได้วันละ 1,000 บาทนี้ไปบริหารจัดการอะไรบ้าง?

- บางคนอาจจะเก็บออมเพื่อใช้ในอนาคต
- บางคนอาจจะนำเอาเงินส่วนนี้ไปต่อยอดเรื่อยๆจนสามารถสร้างกำไรได้เพิ่มแบบทวีคูณ
- บางคนอาจจะนำเอาเงินส่วนนี้ ไปทำบุญ ฯลฯ.......

แล้วท่านละครับ ถึงเวลาแล้วที่ท่านจะต้อง เขียนมันออกมาว่า "ท่านต้องการรายได้วันละ 1,000 บาท เพื่อไปทำอะไร.............?"

ผ่านขั้นที่ 1 คือ ตอบตัวเองได้แล้วว่า ทำไมต้องหาเงินออไลน์ และทำไมต้องวันละ 1,000 บาท?
ผ่านขั้นที่ 2 คือ สร้างแรงจูงใจในการสร้างรายได้ออนไลน์วันละ 1,000 บาท

บทความถัดไป จะเป็นหัวข้อที่สำคัญ มากๆ ที่ทุกท่านจะพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ดังนั้น อย่าลืมกดติดตาม หรือกฏไลค์ให้เยอะๆนะครับ

________________________________
ขอให้มีความสุขในการเรียนรู้

อ.โจ้ จินตกวี

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559

ขั้นที่ 1 ของการหาเงินออนไลน์วันละ1000บาท

ขั้นที่1ของการหาเงินออนไลน์วันละ1000บาท

สวัสดีครับทุกท่าน ต้องขออภัยอย่างยิ่ง ที่ผมได้เปิดประเด็นบล็อกนี้เอาไว้ตั้งนาน แต่ยังไม่ได้เริ่มเขียนบล็อกซักที วันนี้ ก็น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกันแล้วว่า "จะหาเงินออนไลน์วันละ 1,000 บาท ได้อย่างไร?" ซึ่งผมได้แบ่งเป็นขั้นตอนการลงมือทำอย่างชัดเจน ไปดูขั้นตอนที่ 1 กันเลย

ขั้นที่1ของการหาเงินออนไลน์วันละ1000บาท



ขั้นแรกที่ต้องทำ คือ การตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่า "ทำไมต้องหาเงินออนไลน์วันละ 1,000 บาท?"

ถูกต้องแล้วครับ ทำไมต้องหาเงินออนไลน์ และทำไมต้อง วันละ 1,000 บาท? คือประเด็นที่เราจะมาคุยกันในวันนี้ครับ

เหตุผลที่ต้อง หาเงินออนไลน์ เพราะ การหาเงินออนไลน์ มีประโยชน์และคุณค่ามากมาย ไปดูกันเลย..

1)ไม่มีข้อจำกัดด้านสถานที่ เพราะว่าการหาเงินออนไลน์ เราไม่ได้ถูกจำกัดด้วยสถานที่ ใครๆก็ได้บนโลกนี้ สามารถซื้อสินค้าหรือบริการกับเราได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

2)ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา เพราะว่า "ระบบออนไลน์ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ไม่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์" ถ้าเราสร้างระบบไว้อย่างดีแล้ว เราก็รอรับตังค์อย่างเดียว

3)ไม่มีข้อจำกัดด้านบุคลากร นั่นหมายความว่า เราจะจ้างบุคลากรมาช่วยงานก็ได้หรือไม่จ้างก็ได้ ขึ้นอยู่กับเรา จริงๆ ในการหาเงินออนไลน์ อาจไม่จำเป็นต้องมีลูกจ้างเลยก็สามารถทำได้

4)ไม่มีข้อจำกัดด้านเงินลงทุน ข้อนี้ ผมชอบมาก เพราะการหาเงินออนไลน์ บางรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนด้วยซ้ำ (ดูเพิ่มเติมที่หลักสูตร : วิธีหาเงินล้านโดยไม่ต้องลงทุนซักบาท)

5)ไม่มีข้อจำกัดด้านรายได้ ข้อนี้ ผมต้องยกนิ้วโป้งแถมนิ้วก้อยให้เลยทีเดียว เพราะว่า การหาเงินออนไลน์ "ไม่มีข้อจำกัดด้านรายได้ ไม่มีเพดานที่มากั้นการหาเงินได้" เพราะทุกคนบนโลกนี้สามารถเห็นสิ่งที่เราขาย และซื้อสิ่งที่เราขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นี่แค่ยกตัวอย่างมาแค่ 5 ข้อนะครับ ยังมีอีกเยอะ

ไปดูคำถามอีกข้อกันดีกว่า ว่า "ทำไมต้องวันละ 1,000 บาท?" จริงๆแล้ว การหาเงินออนไลน์ ไม่มีข้อจำกัดด้านอะไรทั้งสิ้น อาจจะหาเงินได้น้อยกว่าหรือมากกว่า 1,000 บาท ก็ไม่ใช่เป็นปัญหาแต่อย่างไร

แต่ที่ผม ชี้ชัดๆลงไปว่า "วันละ 1,000 บาท​" ก็เพื่อจะได้ช่วยให้ทุกท่าน ซูมไปที่รายได้วันละ 1,000 บาท หรือ เดือนละ 30,000 บาท จากระบบออนไลน์แบบ 100% ไม่เอาแบบอื่นมาเกี่ยวข้อง

___________________________

สำหรับขั้นที่ 1 นี้ เอาไว้แค่นี้ก่อน ครั้งต่อไปผมจะพาไปเรียนรู้ขั้นที่ 2 ว่าคืออะไร ต้องทำอะไรยังไง

ดังนั้น ในบทความนี้ ก็อยากให้ทุกท่านกดไลค์กดแชร์เยอะๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วย อีกทั้งถ้าทุกท่านสละเวลาอันมีค่า "ร่วมแสดงความคิดเห็นเข้ามาเยอะๆ" ก็จักเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

____________________________________
ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ศรัทธาจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ....
____________________________________

อ.โจ้ จินตกวี